Close
title
f
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวง เตรียมความพร้อมจุดเช็คอิน 11 จุด ทั่วประเทศ ให้กับประชาชน เน้นความสวยงามและปลอดภัย ตามนโยบาย “คมนาคมสีสัน สร้างสรรค์ประเทศไทย” ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเร่งปรับปรุงทุกจุด ให้มีความสวยงามทันช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565

กรมทางหลวง เตรียมความพร้อมจุดเช็คอิน 11 จุด ทั่วประเทศ ให้กับประชาชน เน้นความสวยงามและปลอดภัย  ตามนโยบาย “คมนาคมสีสัน สร้างสรรค์ประเทศไทย” ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเร่งปรับปรุงทุกจุด ให้มีความสวยงามทันช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565               นายสราวุธ  ทรงศิวิไล  อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงโครงการเตรียมความพร้อมจุดเช็คอินกรมทางหลวงเพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ตามนโยบาย “คมนาคมสีสัน สร้างสรรค์ประเทศไทย” ว่าได้มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมในการดำเนินการเป็นจุดพักรถและให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย นโยบายดังกล่าวเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนพร้อมทั้งส่งเสริมทัศนียภาพระหว่างการเดินทาง ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ปัจจุบันกรมทางหลวงได้เริ่มทำความสะอาด ตกแต่ง ปรับปรุงป้ายและจัดเตรียมจุดเช็คอินให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงฤดูหนาวและเทศกาลปีใหม่ 2565 ตามนโยบาย “คมนาคมสีสัน สร้างสรรค์ประเทศไทย” ดำเนินการใน 11 จังหวัด จำนวน 11 จุด ได้แก่ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ บนทางหลวงหมายเลข 1009 ตอน จอมทอง – ดอยอินทนนท์ บริเวณ กม.ที่ 30 – 31 โค้งปิ้งงู จังหวัดสกลนคร บนทางหลวงหมายเลข 213 ตอน สร้างค้อ – สกลนคร บริเวณ กม.ที่ 155 จุดกางเต็นท์ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ บนทางหลวงหมายเลข 2196 ตอน นางั่ว – ทุ่งสมอบริเวณ กม.ที่ 23 แยกไดโนเสาร์ จังหวัดขอนแก่น บนทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ขอนแก่น – พรหมนิมิตร บริเวณ กม.ที่ 562 อุโมงค์สัตว์ข้าม จังหวัดปราจีนบุรี บนทางหลวงหมายเลข 304 ตอน สี่แยกกบินทร์บุรี – วังน้ำเขียวบริเวณ กม.ที่ 195 จุดพักรถลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา บนทางหลวงหมายเลข 85 ตอน บ่อทอง – มอจะบก บริเวณ กม.ที่ 2 จุดกางเต็นท์ หมวดทางหลวงบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี บนทางหลวงหมายเลข 3011 ตอน บ้านไร่ – บ้านใต้ บริเวณ กม.ที่ 24 แยกห้วยมงคล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บนทางหลวงหมายเลข 37 ตอน วังโบสถ์ – ปราณบุรี บริเวณ กม.ที่ 28 โค้งมโนราห์ จังหวัดพัทลุง บนทางหลวงหมายเลข 4 ตอน นาโหนด – ห้วยทราย บริเวณ กม.ที่ 183 สวนสาธารณะลานช้าง จังหวัดตรัง บนทางหลวงหมายเลข 404 ตอน ตรัง – บ้านนา บริเวณ กม.ที่ 11 จุดพักสูดอากาศบริสุทธ์เขาช้างสี จังหวัดนครศรีธรรมราช บนทางหลวงหมายเลข 4238 ตอน ลานสกา – ไม้หลา บริเวณ กม.ที่ 10 ทั้งนี้ จุดเช็คอินจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชนสร้างความประทับใจรวมไปถึงดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศโดยการสัญจรทางถนน กรมทางหลวงพร้อมนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ทางหลวงมีภูมิทัศน์ที่สวยงามที่มาพร้อมกับความปลอดภัย ดังนั้นจะพิจารณาเส้นทางที่มีศักยภาพก่อนปรับปรุงหรือดูแลบำรุงรักษาในสิ่งที่มีอยู่ ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่และสร้างเส้นทางแห่งการท่องเที่ยวต่อไป
title
กรมทางหลวง รายงานสถานการณ์อุทกภัยบนทางหลวงวันที่ 3 ธ.ค. 64 พบทางหลวงที่ จ.สุราษฎร์ธานี การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง สอบถามสภาพจราจรโทร 1586

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์อุทกภัยบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ขณะนี้พบว่าสถานการณ์ประจำวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 13.30 น. ทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์และสะพานชำรุด จำนวน 4 จังหวัด ( 9 สายทาง 12 แห่ง) ได้แก่ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดชุมพร โดยการจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง มีรายละเอียด ดังนี้ จ.สุราษฎร์ธานี- ทล. 4191 ไชยา – เขาหลัก ช่วง กม.ที่ 2+197 – 3+982 ด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 50 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้อยู่ระหว่างจัดทำทางเลี่ยง เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร- ทล. 4262 บางน้ำจืด – ตะกุกเหนือ ช่วง กม.ที่ 11+800 – 12+400 ระดับน้ำสูง 45 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ อยู่ระหว่างจัดทำทางเลี่ยง เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย พร้อมปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1
title
ทล.อัพสปีดขยาย 4027 สาย ท่าเรือ – เมืองใหม่ จ.ภูเก็ต เป็น 4 ช่องจราจร ตลอดสาย

ทล.อัพสปีดขยาย 4027 สาย ท่าเรือ – เมืองใหม่ จ.ภูเก็ต เป็น 4 ช่องจราจร ตลอดสาย ยกระดับโครงข่ายคมนาคม พร้อมรองรับนักเดินทาง หนุนเศรษฐกิจสู่เมืองท่องเที่ยวของไทย นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ติดตามและเร่งรัดให้ดำเนินโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตให้แล้วเสร็จทันตามกำหนด โดยขณะนี้ทางหลวงสาย 4027 ตอน บ.ป่าคลอก- บ.พารา คืบหน้ากว่า 99 % แล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 และตอน บ.พารา-บ.เมืองใหม่ พร้อมตอกเสาเข็มปี 2568 เพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคมและการพัฒนาเมือง รวมทั้งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองที่สวยงามได้สมญานามไข่มุกแห่งอันดามันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมาก สร้างรายได้ให้ภูเก็ตและประเทศไทยปีละหลายแสนล้าน รวมทั้งทางหลวงหมายเลข 402 สายโคกกลอย-เมืองภูเก็ต ที่เป็นทางหลวงสายหลักเพียงเส้นเดียวมีปริมาณจราจรใกล้เต็มความจุของถนนจึงต้องหาโครงข่ายทางหลวงมารองรับปริมาณจราจร ภาครัฐจึงเห็นว่าทางหลวงหมายเลข 4027 สามารถรองรับปริมาณจราจรจากทางหลวงหมายเลข 402 ได้ รวมทั้งเชื่อมต่อไปยัง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าเรืออ่าวปอ ท่าเรือบางโรง และสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัยตามนโยบายของรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจึงผลักดันให้ขยายเส้นทางหลวงหมายเลข 4027 สาย ท่าเรือ – เมืองใหม่ พื้นที่อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร โดยที่ผ่านมากรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการพัฒนาทางหลวงสาย 4027 ตอน บ.ท่าเรือ-ป่าคลอก ระหว่าง กม.0+000 - กม.5+900 ระยะทาง 5.9 กิโลเมตร แล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้ทางไปแล้ว โดยเหลือเพียง 2 ตอนคือ ตอน ตอน บ.ป่าคลอก - บ.พารา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และตอน บ.พารา-บ.เมืองใหม่ อยู่ในขั้นตอนการสำรวจและออกแบบ ดังนี้      ตอน บ.ป่าคลอก-บ.พารา ระยะทาง 8.4 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ กม.5+900 สิ้นสุดที่ กม. 14+300 ได้รับงบประมาณก่อสร้างปี 2562 วงเงิน 384.16 ล้านบาท ปัจจุบันสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ได้เร่งดำเนินก่อสร้างทางหลายช่วงดังกล่าว โดย ก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ผิวทางคอนกรีต ความกว้างช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.5 เมตร ภายในเขตทาง 40 เมตร มีเกาะกลางเพื่อใช้เป็นจุดกลับรถทั้งหมด 5 แห่งคือ ระดับพื้น 2 แห่ง ใต้สะพาน 2 แห่ง และทางแยกสัญญาณไฟ 1 แห่ง พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง งบประมาณโครงการ 384,161,425 ล้านบาท ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าประมาณ 99.23 % คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 นี้     และตอน บ.พารา-บ.เมืองใหม่ ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่ กม. 14+000 และสิ้นสุดที่ กม.20+800 โดยปัจจุบัน ได้ดำเนินการออกแบบและศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ตแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รูปแบบโครงการเป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร ผิวทางชนิดปอร์ตแลนด์คอนกรีต ความกว้างช่องจราจรละ 3.5 เมตร พร้อมไหล่ทางกว้างข้างละ 2.5 เมตร โดยช่วง กม. 14+000 ถึง กม. 15+700 มีเกาะกลางแบบยก (Raised Median) ส่วนช่วงบริเวณ กม. 15+700 ถึง กม.18+895 ซึ่งเป็นช่วงนอกชุมชน เกาะกลางเป็นแบบกำแพงคอนกรีต (Barrier Median) ภายในเขตทาง 40 เมตร มีจุดกลับรถทั้งหมด 4 แห่ง โดยการยกระดับก่อสร้างทางสายหลักขึ้นเป็นสะพานและให้กลับรถใต้สะพานทั้งหมด สำหรับช่วงปลายของโครงการจาก กม.18+895 เป็นแนวเส้นทางตัดใหม่โดยเป็นสะพานข้ามป่าชายเลนไปบรรจบบริเวณสามแยกเดิมซึ่งเป็นจุดตัดทางหลวงหมายเลข 402 กับ 4026 โดยบริเวณจุดสิ้นสุดโครงการได้ออกแบบเป็นทางแยกต่างระดับ งบประมาณโครงการ 1,584.16 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จตลอดสาย 20.8 กิโลเมตร จะช่วยเติมเต็มโครงข่ายทางหลวงภาคใต้หมายเลข 4027 ให้สมบูรณ์ตลอดเส้นทาง อีกทั้งยังช่วยรองรับปริมาณการจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งทั้งทางถนน ทางเรือ ทางอากาศไปสู่ย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ช่วยส่งเสริมศักยภาพภาคขนส่งและการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่ภาคใต้ ก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และกระจายความเจริญในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศตามนโยบายรัฐบาลอีกด้วย